Menu

เก็บตกจากงานเสวนา เรื่อง “ทำเว็บอย่างไร ? ให้ได้เงิน! “

thaiwebmaster-webpresso-web-make-moneyเมื่อวันเสาร์ที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย ได้จัดประชุมสามัญประจำปี และจัดงานเสวนาจิบกาแฟคนทำเว็บ เรื่อง “ ทำเว็บอย่างไรให้ได้เงิน ?” โดยมีวิทยากร 4 ท่าน คือ 1. คุณศิวัตร เชาวรียวงศ์ CEO บริษัท mInteraction  และ นายกสมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย)  2. คุณสุรศักดิ์ เหลืองอุษากุล จาก บริษัท BrandBaker 3. คุณอภิศิลป์ ตรุงกานนท์ นายกสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย กับ  Pantip.com  และ คุณขจร เจียรนัยพานิชย์ จากเว็บไซต์ Macthai.com    ซึ่งทีมงานได้ไปร่วมเสวนางานดังกล่าวและได้สรุปสิ่งที่ได้จากงานนี้ มีดังนี้

  • การทำเว็บไซต์ หรือ Blogger นี้ควรเขียนเรื่องไหนดี คนถึงสนใจ ? แนะนำให้ไปเรื่องเฉพาะทางดีกว่า โดยเฉพาะเรื่องที่ไม่มีคนทำมาก่อนและเราถนัดและเราชอบ ยิ่งสาวๆ ไม่แนะนำไปที่เริ่มต้นด้วยไปสาย Beauty เพราะมีคนทำเยอะมาก ถึง 200 กว่าคน  ที่แนะนำที่เนื้อหาตอนนี้มีน้อย คือเรื่อง บ้าน กับรถยนต์ ทั้งนี้ต้องดูว่าตัวเองเด่นเรื่องอะไร  เพราะเอเจนซี่จะเลือก blogger ตามความถนัดของเรา   แต่ทางที่ดีที่สุด คือเขียน blogger ในเรื่องที่เราถนัดและเน้นเฉพาะกลุ่มจริงๆ
  • คุณขจร จาก Macthai กล่าวว่า “เว็บข่าวไอทีเยอะมาก วิธีที่ดีที่สุดที่ทำให้เว็บเด่นขึ้นมา การคือทำเว็บแบบเน้นเรื่องเฉพาะกลุ่มจริงๆและการทำเว็บนั้นเนื้อหาต้องดี เจ๋ง น่าสนใจ จนคนอื่นต้องกล้าแชร์ต่อ ถ้าไม่เจ๋งจริง คนไม่แชร์ เอเจนซี่ก็ไม่สนใจ”
  • คุณป้อม ศิวัตร  นายกสมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) เผยข้อมูลที่น่าสนใจว่า เม็ดเงินโฆษณาตอนนี้
    • อันดับ  1 โทรคมนาคม ( ทั้งโอเปอเรเตอร์ และมือถือ ) 14.7% ของเม็ดเงินโฆษณาออนไลน์
    • อันดับ 2 Skincare 12%
    • อันดับ 3 รถยนต์ 9.5%
  • คุณสุรศักดิ์ จาก บริษัท BrandBaker  ซึ่งดูแลเรื่อง เอเจนซี กล่าวว่า ฝ่ายลงโฆษณา จะเลือกเว็บที่มี traffic ที่ต้องการเนื้อหานั้นให้คนเห็นเยอะๆ  กับอีกประเภทนึง คือ blogger ซึงผู้ติดตามต้องเชื่อมั่นในตัวผู้เขียน + เนื้อหาน่าสนใจ
  • การทำเว็บให้มีรายได้จากโฆษณา  ถ้าเป็น web content ต้องทำ content ให้ดี รูปแบบโฆษณานั้น  content ต้องสัมพันธ์กับ โฆษณาที่จะลง ทั้งแบบรีวิวบ้าง แบบเชิง PR บ้าง  ทำเซอร์วิสต่างๆเช่น รวมลิงค์ต่างๆ  ก็ทำให้เกิด traffic ได้
  • กรณีศึกษายกตัวอย่างห้องชายคา Pantip   ต้องจองล่วงหน้า 6 เดือนและมีสัญญา 1 ปีด้วย เพราะคนติดตามอ่านเยอะมาก ซึ่ง ลงในลักษณะ banner
  • รูปแบบการลงโฆษณาถ้าเป็น web content ก็มี banner ทั่วไป กับรูปแบบ sponsor content  ทั้งนี้ เรื่องการรีวิวของ blogger นั้นเป็นการเขียนเนื้อหาว่า ได้ใช้จริงแล้วจึงเล่าข้อมูลได้ ซึ่งต่างกับ presenterดารา ที่อาจใช้จริงหรือไม่ ? ก็ยังมีคนติดตาม แต่ blogger จะเล่าโดยบอกข้อดีและข้อเสียอย่างไร ในมุมของตัวเอง เหมือนคนธรรมดาเล่าให้เพื่อนฟัง
  • รายได้ส่วนใหญ่  รูปแบบการโฆษณานั้น โดยราคากลางถ้าเป็น  Banner ไทยแบบ CPM เฉลี่ย 200 Baht/CPM หรือ 20 สตางค์ต่อการแสดง 1 ครั้ง  แต่ banner ขายยากขึ้น ซี่งส่วนใหญ่จะลงในเว็บใหญ่ๆ ทั้งนี้ เว็บเล็กๆก็มีโอกาสได้ลงโฆษณาด้วย ถ้าเว็บนั้นเป็นเว็บเฉพาะกลุ่ม ที่เนื้อหาสนใจน่าอ่าน( ซี่งผู้ขายโฆษณาช่วงนี้เริ่มเปลี่ยนทิศทาง จากเว็บ portal เช่น sanook , kapook  มาเป็นไปลงเว็บไซต์ที่เน้นเนื้อหาเฉพาะกลุ่มที่ตรงกับสินค้านั้น เพื่อเข้าถึงลูกค้าเฉพาะกลุ่มโดยตรงมากขึ้น )
  • หากคุณเป็น admin ในเว็บแนว community ควรขายโฆษณาในรูปแบบของการจัดกิจกรรม  ซึ่งจะโดดเด่นและดีกว่าให้ลง Banner
  • วิธีการตีมูลค่าโฆษณาของผู้ลงโฆษณานั้น  จะมองที่  Engagement ว่า มีคน comment มั้ยหรือแชร์ต่อมั้ย มี follow ตามผู้เขียนกี่คน จะถูกตีมูลค่า แต่ดีที่สุดคือ ความสามารถในการเขียนของ Blogger เอง ถ้าคุณเขียนดี traffic ก็มากขึ้นตามมา
  • ทั้งนี้คนทำเว็บก็ควรใช้ tool ในการหารายได้ เช่น ติด  Google AdSense, YouTube เป็นต้น  ซึ่งก็มีรายได้ทั้งยอดคลิกชมและตัวเงินเยอะพอสมควร
  • ส่วนถ้าจะขาย  Banner ให้ลูกค้านั้น ต้องทำ banner ขนาดใหญ่ size พิเศษ ให้เด่นบนตัวเว็บ ​และต้องมีลูกค้าประจำติดมือไว้ด้วย
  • สำหรับคนทำเว็บมือใหม่ Blogger มือใหม่ ควรทำเว็บอย่างไรให้คนอื่นสนใจมาอ่านของเรา มากกว่าจะให้โฆษณา และควรทำให้เนื้อหา content บนเว็บ เด่นกว่าโฆษณา  และ ผู้ออกแบบเว็บไซต์ควรทำออกแบบสำหรับเวอร์ชั่นบนมือถือด้วย เพราะคนชมเว็บไซต์ในช่วงนี้ดูผ่านมือถือมากกว่าคอมพิวเตอร์แล้ว
  • การเขียน blog แนวข่าวนั้น ยิ่งคุณ post  เนื้อหาเร็วก่อนใคร ยิ่งจะได้ google rank สูง และ นอกจากจะมี facebook , twitter แล้ว หากคุณมี google+ ก็ควรแชร์เนื้อหาขึ้น google+ ด้วย เพราะให้คนอื่นกด +1 ให้ยิ่งติดอันดับต้นๆ  การใส่ tag เล่น seo ก็จะทำให้เว็บคุณติดอันดับการ search ของ google เป็นอันดับต้นๆได้
  • เจ้าของเว็บไซต์ควรมีเครื่องมือตรวจสอบด้วย ว่ามีคนเข้าเว็บไซต์เรามากน้อยแค่ไหน แนะนำคือ Google Analytic โดยติดตั้ง code ไว้ในตัวเว็บไซต์ และหมั่นดูว่า ผู้อ่าน อ่านเว็บเราจากกลุ่มไหน ปริมาณการเข้าชมมากน้อยแค่ไหน เนื้อหาไหนที่อ่านมากที่สุด เพื่อโพสต์เนื้อหาใหม่ที่ตอบโจทย์กับผู้อ่านเว็บไซต์มากขึ้น

ข้อมูลจาก สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย



บทความที่เกี่ยวข้อง:


ความคิดเห็น